รายการสื่อ ล่าสุด
Showing posts with label เอกสารวิชาการ. Show all posts
Showing posts with label เอกสารวิชาการ. Show all posts

รายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาทักษะวิชาการด้านศิลปศึกษาและทักษะภาษาไทย สำหรับครูและมักเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยมอแกนประจำปี ๒๕๖๘

 










Download : 

รายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๘

การพัฒนาทักษะวิชาการด้านศิลปศึกษาและทักษะภาษาไทย สำหรับครูและมักเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยมอแกน

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘

รายงานการประเมินหลักสูตร : การเขียนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)

 

Download :  เอกสารรายงานการประเมินหลักสูตร

ขื่อหนังสือ : รายงานการประเมินหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพครู ศศช. ด้านทักษะการเขียนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)

ผู้เขียน/เรียบเรียง : อรวรรณ ฟังเพราะ  ครูชำนาญการพิเศษ ส่วนพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง 
สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ
ประเภท : เอกสารวิชาการ (วิจัย/ประเมิน/พัฒนา)
กลุ่มเป้าหมาย :  ครูและบุคลากรกรมส่งเสริมการเรียนรู้

สถานที่พิมพ์ : ลำปาง : สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ
พิมพ์ครั้งที่/เดือนปีที่พิมพ์ : ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2567 จำนวน 1 เล่ม (เฉพาะต้นฉบับ และ PDF)
ขนาดรูปเล่ม/จำนวนหน้า :  A4 137 หน้า
ประเภท/ขนาดไฟล์ :  PDF 2.57 MB

บรรณนิทัศน์ (เนื้อหาโดยย่อ) :
รายงานการประเมินหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพครู ศศช. ด้านทักษะการเขียนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เล่มนี้ ได้จัดทำขึ้น โดยส่วนพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง ได้นำผลการประเมินเอกสารหลักสูตร

การประเมินความรู้ ทักษะ และเจตคติของผู้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรฯ รวมถึงผลการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ของผู้จบหลักสูตร มาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อประเมินหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพครู ศศช. ด้านทักษะการเขียนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อไป

แนวทางการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบล ตาม พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ 2566



Download :

 แนวทางการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบล ตาม พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ 2566

 (PDF 2.74 MB)

ชื่อหนังสือ : แนวทางการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ ของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล 
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

ประเภท : เอกสารวิชาการ

กลุ่มเป้าหมาย : ครู บุคลากรทางการศึกษา หน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กศน.
 
ขนาดรูปเล่ม : A4  

จำนวนหน้า : 73 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์ : มีนาคม 2567

ความเป็นมา / สาระสำคัญ
นายศุภกร ศรีศักดา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเสนอแนวทางการจัดการ ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ของของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ซึ่งการจัดการเรียนรู้จะบรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตามมาตรา 6 ผู้ที่มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งมีทัศนที่ถูกต้องต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือแนวทางการจัดการเรียนรู้ใหม่
สำหรับครูศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เราถือว่า ตำบลคือห้องเรียน คนทุกคนในตำบลคือผู้เรียน แนวทางการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ของศูนย์การเรียนระดับตำบล ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ฉบับนี้ เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อครู นำไปปรับใช้ได้ให้เหมาะสมกับบริบทและสภาพของแต่ละตำบล

รายงานการถอดบทเรียนภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง”

Download :         รายงานการถอดบทเรียนภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง”  (PDF 20.5 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการถอดบทเรียนภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กรณีศึกษา : ชุมชนบนพื้นที่สูงในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

ประเภท :   การวิจัยและพัฒนา, การศึกษาบนพื้นที่สูง

ผู้รวบรวม/เรียบเรียง :   เวชยันต์ วงค์ลอดแก้ว

บรรณาธิการ :     วราพรรณ พูลสวัสดิ์, อรวรรณ ฟังเพราะ, และสุมาลี อริยะสม 

กลุ่มเป้าหมาย :  บุคลากรกรมส่งเสริมการเรียนรู้ / ทั่วไป

สถานที่พิมพ์ :   ลำปาง : ศิลปการพิพม์

พิมพ์ครั้งที่/จำนวนพิมพ์ :   ครั้งที่ 1 กันยายน 2566  /  จำนวน 520 เล่ม

รูปเล่ม :    ขนาด A4 จำนวน 112 หน้า (124 หน้า รวมปก)

บรรณนิทัศน์ :
รายงานการถอดบทเรียนภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลผ้าทอกะเหรี่ยง และศึกษาแนวทาง
การอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ตามพระราชกระแสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตาม
การดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา
“แม่ฟ้าหลวง” บ้านเลอะกรา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 โดยพระองค์ทรงมีพระกระแสให้สืบทอดภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ให้กับเด็กนักเรียน
 
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จึงได้มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือเป็นผู้ดำเนินการถอดบทเรียนภูมิปัญญา “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ในชุมชนซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”  ในพื้นที่ดำเนินการ 3 แห่ง คือ
  1. ชุมชนบนพื้นที่สูงในอำเภออมอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ชุมชนที่เป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยไก่ป่า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านผาผึ้ง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านเลอะกรา ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านฉุ้ยมอ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนอมแฮดนอก และศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนอมแฮดใน
  2. ชุมชนบนพื้นที่สูงในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย ชุมชนที่เป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขนุน และศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา“แม่ฟ้าหลวง” บ้านกองสุม
  3. ชุมชนบนพื้นที่สูงในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ประกอบด้วย ชุมชนที่เป็นพื้นที่ตั้งของ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านป้อหย่าลู่
สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ ร่วมกับครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” และผู้บริหารสถานศึกษา ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดำเนินการ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มภูมิปัญญาการทอผ้ากะเหรี่ยง สนทนากลุ่ม (Focus Group) กลุ่มผู้นำชุมชน/ผู้สูงอายุในชุมชน และกลุ่มเด็กและเยาวชน นำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดทำเอกสารรายงานฉบับนี้ขึ้น

รายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตร การสร้างบนเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application



ชื่อหนังสือ : รายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตร การสร้างบนเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application

ผู้เขียน/เรียบเรียง : สิริลักษณ์ เป็งคำ

ประเภท : รายงานการประเมินผล

กลุ่มเป้าหมาย : บุคลากร/หน่วยงาน สกร.

สถานที่พิมพ์ : ลำปาง : สถาบัน สกร.ภาคเหนือ (จัดทำเฉพาะไฟล์ pdf)

พิมพ์ครั้งที่/เดือนปีที่พิมพ์ : ครั้งที่ 1 / 2567

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : 86 หน้า (รวมปก)

ประเภท/ขนาดไฟล์ : PDF  2.92 MB

บรรณนิทัศน์ (เนื้อหาโดยย่อ)
การประเมินผลการใช้หลักสูตรการสร้างบทเรียนออนไลน์โดยใช้ Google Application ครั้งนี้ เป็นการประเมินโดยใช้รูปแบบของเคิร์กแพทริค (Kirkpatrick) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) ประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการพัฒนาต่อหลักสูตรการสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application 2) ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application 3) ประเมินผลการนำความรู้และทักษะจากการพัฒนาตามหลักสูตรการสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application ไปใช้ในการปฏิบัติงานของผู้ผ่านการพัฒนา 4) ประเมินผลกระทบจากการพัฒนาของผู้ผ่านการพัฒนาตามหลักสูตรการสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application ที่มีต่อหน่วยงานและ/หรือสถานศึกษา

รายงานการประเมินผลการใช้ระบบฐานข้อมูล DM-HACLC


Download  รายงานการประเมินผลการใช้ระบบโปรแกรมฐานข้อมูล DM-HACLC  (PDF 95.3 MB)

ชื่อหนังสือ  รายงานการประเมินผลการใช้ระบบโปรแกรมฐานข้อมูลสารสนเทศศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (DM-HACLC)

กลุ่มเป้าหมาย  บุคลากร/หน่วยงาน สกร.

ผู้เขียน/เรียบเรียง  ธนากร หน่อแก้ว  

สถานที่พิมพ์  ลำปาง: แมคมีเดียแอนด์เอเจนซี่

ปีที่พิมพ์  พ.ศ. 2566

พิมพ์ครั้งที่  1

จำนวนหน้า  172 หน้า

ขนาดรูปเล่ม  A4 (21 ซม.)

เนื้อหาโดยย่อ
การประเมินผลการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (Database System of Mae Fah Luang Hill Area Community Learning Center : DM-HACLC) บนเว็บไซต์ https://ศศช.com มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ประเมินประสิทธิภาพระบบ ประเมินผลการนำข้อมูลจากระบบไปใช้ของครูและผู้บริหารสถานศึกษา กศน. ประเมินผลที่เกิดขึ้นต่อผู้เรียนและสถานศึกษาจากการนำข้อมูลในระบบไปใช้ และศึกษาปัญหาอุปสรรคในการนำระบบจากข้อมูลไปใช้ เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาระบบโปรแกรม

Best Practice 2566 สกร. ในเขตภาคเหนือ



ชื่อหนังสือ :  Best Practice 2566 สกร. ในเขตภาคเหนือ

ประเภท : เอกสารวิชาการ / เอกสารการประชุมสัมมนา

กลุ่มเป้าหมาย : หน่วยงาน/บุคลากร สกร.

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : 146 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์ : 2566

ความเป็นมา / สาระสำคัญ 
เอกสารนำเสนอผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ที่เป็นผลมาจากการได้ลงมือปฏิบัติจริงของบุคลากรสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในเขตภาคเหนือ  อีกทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้พัฒนาทักษะด้านการเขียน และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน โดยได้รวบรวมผลงาน Best Practice ของสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในเขตภาคเหนือ ในปีงบประมาณ 2566 จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเผยแพร่ ในการสัมมนาเพื่อพัฒนางานวิชาการของหน่วยงานและสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในเขตภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฏาคม 2566 ณ สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่  

ภายในเอกสารประกอบด้วยผลงานแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ 3 ประเภท คือ
1) การเรียนรู้ตลอดชีวิต 10 เรื่อง
2) การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง 9 เรื่อง
3) การเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณวุฒิตามระดบ 10 เรื่อง

บทเรียนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ Co-Learning Space


Download : (6.36 MB) บทเรียนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ  Co-Learning Space

ประเภท : เอกสารวิชาการ

กลุ่มเป้าหมาย : สถานศึกษา กศน./ครู บุคลากร กศน.

สถานที่พิมพ์ : ลำปาง: สถาบัน กศน.ภาคเหนือ 

เดือน/ปีที่พิมพ์ : มีนาคม 2565  (จัดทำเฉพาะ PDF)

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : 15 หน้า (รวมปก)

สาระสำคัญ/เนื้อหาโดยย่อ:
ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ (Co-Learning Space) นับเป็นโครงการที่มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยพัฒนาห้องสมุดประชาชนจังหวัดห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ (Co-Learning Space) ภายใต้นโยบายในการขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน.WOW ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางกนกวรรณ วิลาวัลย์) และเริ่มดำเนินการโครงการนำร่องเมื่อปีงบประมาณ 2563 ต่อมาในปีงบประมาณ 2564 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการจังหวัดละ 1 แห่ง และดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2565 ดังนั้น ห้องสมุดประชาชน พื้นที่เป้าหมายในเขตภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด จึงได้นำประสบการณ์จากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ซึ่งภายในเอกสารประกอบไปด้วยเนื้อหาความเป็นมาของโครงการ การดำเนินการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ (Co-Learning Space) ด้านการเตรียมการ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้และการให้บริการ ความสำเร็จที่ปรากฏ กระบวนการดำเนินงานที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการพัฒนาในปี 2564

ผู้เขียน/เรียบเรียง
นางบุษบา มาลินีกุล 
นางณิชากร เมตาภรณ์ 
นางกรรณิการ์ ยศตื้อ
นางสาวสุมาลี อริยะสม 
นางสาววรรณกมล ฉันประเดิม 
นายเฉลิมพล อินต๊ะเสน


Best Practice กศน. ในเขตภาคเหนือ 2564


ชื่อหนังสือ: Best Practice กศน. ในเขตภาคเหนือ

ประเภท: เอกสารวิชาการ

เขียน/เรียบเรียง: คณะทำงาน จากหน่วยงานและสถานศึกษา กศน. 17 จังหวัดภาคเหนือ

กลุ่มเป้าหมาย: ครูและบุคลากร กศน. บุคคลทั่วไป

ขนาดรูปเล่ม: A4

จำนวนหน้า: 190 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 2564

สาระสำคัญ/เนื้อหาโดยย่อ
หน่วยงานและสถานศึกษาสังกัด กศน. ในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้มีการพัฒนางานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถบริการการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ และในฐานะที่สถาบัน กศน.ภาคเหนือ มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาคุณภาพวิชาการ หลักสูตร สื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา พัฒนาบุคลากร ตลอดจนระบบข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง จึงได้รวบรวมผลงานวิชาการ นวัตกรรมทางการศึกษาที่เป็นผลจากการลงมือปฏิบัติจริงของหน่วยงาน สถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือ จัดพิมพ์เป็นเอกสาร Best Practice ของสถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือ ประจำปี 2564 เผยแพร่ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานการจัดการศึกษาได้ต่อไป

ขอบข่ายเนื้อหา

แนวปฏิบัติที่ดีในด้านต่าง ๆ ได้แก่
การศึกษาบนพื้นที่สูงและโครงการพระราชดำริ
การสืบศาสตร์พระราชาสานศิลปาชีพ
นวัตกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นวัตกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย

การประเมินผลการใช้หลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี


Download :   รายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรีฯ   (PDF 3.76 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน

ประเภท : เอกสารวิชาการ / รายงาน

กลุ่มเป้าหมาย

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : เอกสารชุดวิชา 89 หน้า (รวมปก)
     
ปีที่พิมพ์ : 2562

ผู้เขียน/เรียบเรียง
นางรสาพร หม้อศรีใจ ครู ชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

เนื้อหาย่อ/บทคัดย่อ
การรายงานครั้งนี้เป็นการรายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินปฏิกิริยา (Reaction) ของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน 2) ประเมินการเรียนรู้ (Learning) ของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน 3) ประเมินพฤติกรรม (Behavior) ของผู้เข้ารับการพัฒนาที่นำความรู้และทักษะจากการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนไปใช้ในการปฏิบัติงาน และ4) ประเมินผลลัพธ์ (Results) ของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนที่เกิดต่อองค์กร ดำเนินการประเมินโดยประยุกต์ใช้รูปแบบของเคิร์กแพทริค (Kirkpatrick Model)

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในประเมินหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนครั้งนี้ เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และครู กศน. ของสถานศึกษาที่ส่งข้าราชการครูเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือก เสรีสำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน จำนวน  27 คน มีพื้นที่ดำเนินการศึกษา ได้แก่
1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย กศน.อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 3) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย และ4) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ อำเภอ
ปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากการประเมินความพึงพอใจ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม บันทึกข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการสร้างข้อสรุปจากข้อมูลที่ได้จาการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม พร้อมทั้งวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จากข้อมูลที่ได้จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ผลการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้ดำเนินการประเมิน 4 ด้าน พบว่า ผลการประเมิน
ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินทุกด้าน
1) ด้านปฏิกิริยา (Reaction) ของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน ที่ศึกษาความพึงพอใจต่อหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดสี่ด้าน ได้แก่ ด้านวิทยากร ด้านกระบวนการการจัดการเรียนรู้ ด้านหลักสูตรและด้านประโยชน์ที่ได้รับและระดับมากสองด้าน คือ ด้านสภาพแวดล้อมและด้านสื่อ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนในระดับมากขึ้นไป จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2) ด้านการเรียนรู้ (Learning) ของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน ที่ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียน มีผู้ที่ได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 100
 3) ด้านพฤติกรรม (Behavior) ของผู้เข้ารับการพัฒนาที่นำความรู้และทักษะจากการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนไปใช้ในการปฏิบัติงาน พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ผ่านการพัฒนาทุกคนนำความรู้และทักษะจากการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรีไปปรับปรุงและจัดทำหนังสือเรียน นำไปปรับใช้ในการจัดทำและแนะนำครู กศน.ในการจัดทำใบความรู้ ใบงานและการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และการจัดทำบทเรียนออนไลน์
4) ด้านผลลัพธ์ (Results) ที่เกิดต่อองค์กร ที่ศึกษาผลกระทบจากการพัฒนาของผู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี สำหรับครูการศึกษานอกโรงเรียนที่มีต่อสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง พบว่า สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องของสถานศึกษาทุกแห่งที่ส่งข้าราชการครูเข้ารับการพัฒนาได้รับประโยชน์ในด้านการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี

จากสรุปผลการอบรม เอกสารประกอบการอบรมตามหลักสูตรการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี การวางแผนเพื่อยกร่างหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ การทำสื่อ ใบความรู้รวมถึงส่งผลให้สถานศึกษามีแผนในการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรีเพิ่มเติม การปรับปรุงหลักสูตรรายวิชาเสรี การพัฒนาบุคลากรในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรีและการจัดทำหนังสือเรียน โดยให้ข้าราชการครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เมื่อนำผลการประเมินเทียบกับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินที่กำหนดไว้ พบว่าผ่านเกณฑ์การประเมินทุกด้าน

การศึกษาแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer


Download : (PDF 2.94 MB)

ชื่อหนังสือ
: รายงานการวิจัย การศึกษาแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

ประเภท : เอกสารวิชาการ / รายงานการวิจัย

กลุ่มเป้าหมาย : ครูและบุคลากรทางการศึกษา

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า :  105 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์ : 2561

บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย : การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer
กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ผู้รายงาน : นางอรวรรณ ฟังเพราะ
สถานศึกษา : สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ
ที่ปรึกษา : นายจำเริญ มูลฟอง
ปีที่วิจัย : 2561
วัตถุประสงค์ : การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer วิธีดำเนินการศึกษา มีพื้นที่ดำเนินการศึกษา คือศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยพิจารณาจากความต้องการ ความสมัครใจ และความพร้อมและจุดเด่นของสถานศึกษาในการนำนโยบายเร่งด่วน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนให้มีคุณภาพ โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม (Smart Farmer : เกษตรกรปราดเปรื่อง) ในการดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านเกษตรกรรมที่ชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการขยายผลกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 24 คน ประกอบด้วย 1) ผู้บริหาร กศน.อำเภอแม่วาง จำนวน 1 คน 2) ครู กศน. ที่จัดการเรียนการสอนรายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 8 คน 3) ภาคีเครือข่าย จำนวน 3 คน ได้แก่ ตัวแทนบริษัทซันสวีท จำกัด จำนวน 1 คนตัวแทนหน่วยงานด้านการเกษตรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน จำนวน 1 คนภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรมที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน จำนวน 1 คน และ4) ผู้เรียน กศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 12 คนดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมโดยใช้ประเด็นคำถามที่กำหนดไว้ ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัย
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายจัดการศึกษาของสำนักงาน กศน. ที่กำหนดนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2561 นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตรด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนให้มีคุณภาพ โดยให้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม (Smart Farmer : เกษตรกรปราดเปรื่อง)ทั้งนี้กศน.อำเภอแม่วางมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเกษตรกรในการปลูกข้าวโพดหวานซึ่งข้าวโพดหวานเป็นพืชเศรษฐกิจของพื้นที่ ให้เกษตรกรผลิตข้าวโพดหวานที่มีคุณภาพนำไปสู่การเพิ่มรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยพัฒนาหลักสูตรข้าวโพดหวาน ร่วมกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่เกษตรอำเภอแม่วาง และภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม ได้รับงบประมาณเป็นงบอุดหนุนและงบดำเนินงานการศึกษาต่อเนื่อง จาก สำนักงานกศน.และบริษัทซันสวีทจำกัด สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์และวิทยากร ณ ศูนย์การเรียนรู้ KC Farm

สำหรับหลักสูตรรายวิชาข้าวโพดหวานนี้ กศน.อำเภอแม่วางได้กำหนดไว้ในแผนการเรียนรู้ของนักศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย และเปิดให้ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560มีแนวทางการวัดผลและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551ซึ่งได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรโดยการอบรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครู กศน. เรื่องการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรีของโปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2559) ดำเนินการนิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการนิเทศและติดตามผลการดำเนินงานจากการประชุมประจำสัปดาห์และประจำเดือน
ในส่วนแผนการเรียนรู้ข้าวโพดหวานทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ประกอบด้วยรายวิชาเลือก2รายวิชา ได้แก่ อช13182 การปลูกข้าวโพดหวานเบื้องต้น อช13181 การแปรรูปอาหารจากข้าวโพดหวานระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประกอบด้วยรายวิชาเลือก3รายวิชา ได้แก่ อช23386 การปลูกข้าวโพดหวานเพื่อสร้างอาชีพ อช23388 การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวโพดหวาน และ อช23387 การแปรรูปข้าวโพดหวานเพื่อสุขภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วยรายวิชาเลือก3รายวิชา ได้แก่ อช33536 การปลูกข้าวโพดหวานคุณภาพ อช33535 การทำปุ๋ย และ อช33387 ข้าวโพดหวาน Smart Farm Of Sunsweet โดยมี ครู กศน.เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้และมีวิทยากรจากบริษัท ซันสวีท จำกัด การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดหวานทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ณ ศูนย์การเรียนรู้ KC Farm อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่และเรียนรู้จากภูมิปัญญาด้านการเกษตร และมีเอกสารประกอบการบรรยาย สื่อวีดิทัศน์ประกอบการเรียนรู้ มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน สัดส่วน 60 : 40 โดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัย

จากผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พอจะสรุปเป็นแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้ทฤษฎีระบบ (System Theory) มาเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดองค์ประกอบ 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการบริหารจัดการ 2) ด้านหลักสูตรและเนื้อหา 3) ด้านผู้สอน 4) ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ 5) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) ด้านการวัดผลและประเมินผล

ผู้เขียน : นางอรวรรณ ฟังเพราะ  ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

รายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย



Download : (PDF 2.53  MB)
 รายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย  

ชื่อหนังสือ : รายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย (Routine to Research : R2R) สู่ กศน.ตำบล 4 G : Good Teacher ด้านการวิจัย กรณีศึกษา กศน.อำเภอแจ้ห่ม จ.ลำปาง

ประเภท : เอกสารวิชาการ / รายงานการวิจัย

กลุ่มเป้าหมาย : ครูและบุคลากรทางการศึกษา

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : 81 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์ : 2561

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่องที่ศึกษา การศึกษาแนวทางการพัฒนางานประจาด้วยกระบวนการวิจัย (Routine to
Research : R2R) สู่ กศน.ตาบล 4 G : Good Teacher ด้านการวิจัย กรณีศึกษา กศน.อาเภอแจ้ห่ม จังหวัดลาปาง
ผู้รายงาน นางรสาพร หม้อศรีใจ ครูชำนาญการพิเศษ
สังกัด สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ
ที่ปรึกษา นายจำเริญ มูลฟอง
ปีที่ศึกษา 2561
วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนางานประจาด้วยกระบวนการวิจัย (Routine to Research : R2R) สู่ กศน.ตาบล 4 G : Good Teacher ด้านการวิจัย
วิธีดาเนินการศึกษา มีพื้นที่ดำเนินการศึกษา คือศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางเป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยพิจารณาจากความต้องการ ความสมัครใจ และความพร้อมของสถานศึกษา โดยที่ผู้บริหารได้กาหนดจุดเน้นในการพัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปที่การพัฒนางานประจา เนื่องจากบุคลากรของสถานศึกษามีการปรับเปลี่ยน เข้า ออกเป็นประจำ โดยดำเนินการพัฒนางานประจำด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย การประชุม และการสังเกตแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ประเด็นคำถามที่กาหนดไว้ ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการศึกษา
สถานศึกษาได้พัฒนางานประจาด้วยกระบวนการวิจัย เรื่อง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชา
เลือก จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ 1) การทำน้าผัก ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2) การทำน้าปู๋ ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย และการทำถั่วเน่า ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้คู่มือปฏิบัติงาน เรื่อง การ
พัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช
2551 ใช้คู่มือปฏิบัติงาน เรื่อง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน ที่เน้น
การลงมือปฏิบัติจริง พัฒนางานตามวงจรคุณภาพของเดมมมิ่ง (Deming Cycle : PDCA) และเป็นไป
ตามหลักการวิจัยแบบ R2R ซึ่งเป็นงานวิจัยแบบง่าย ๆ ที่ไม่ยึดระเบียบวิธีวิจัยแต่อยู่ที่การพัฒนางาน

ผู้เขียน
นางรสาพร หม้อศรีใจ  ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

บทเรียนงานวิจัยสู่ท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต


Download :  (PDF 13 MB)

บทเรียนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ชื่อหนังสือ : บทเรียนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต กรณีศึกษาจังหวัดพะเยา

ประเภท : เอกสารวิชาการ

กลุ่มเป้าหมาย :  ครูและบุคลากรทางการศึกษา, บุคคลทั่วไป

ขนาดรูปเล่ม : A4

จำนวนหน้า : 84 หน้า (รวมปก)

ปีที่พิมพ์ : มิถุนายน 2561

ความเป็นมา / สาระสำคัญ

การถอดบทเรียนการสร้างต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้


Download :  ( PDF 67.3  MB)

การถอดบทเรียน โครงการวิจัยการสร้างต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ฯ 

ชื่อหนังสือ : การถอดบทเรียน โครงการวิจัยการสร้างต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้

ประเภท : เอกสารวิชาการ

กลุ่มเป้าหมาย : หน่วยงาน/สถานศึกษา/ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน.

ขนาดรูปเล่ม : A5

จำนวนหน้า :  34 หน้า (รวมปก)
     
ปีที่พิมพ์ : 2560

จำนวนพิมพ์ : 300 เล่ม

ความเป็นมา / สาระสำคัญ
ในปีงบประมาณ 2559 กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายเกี่ยวกับการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยมอบหมายให้ สำนักงาน กศน. เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ ซึ่งสถาบัน กศน.ภาคเหนือ ร่วมกับ สำนักงาน กศน.จังหวัดลำปาง และ กศน.อำเภอแจ้หม ได้ดำเนินการโครงการวิจัย การสร้างเมืองต้นแบบแห่งการเรียนรู้ : กรณีศึกษา เทศบาลตำบลต้นทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผล

สถาบัน กศน.ภาคเหนือ จึงได้ดำเนินการถอดบทเรียน (Lesson Learned) เพื่อถ่ายทอดวิธีปฏิบัติงานโครงการดังกล่าว เพื่อแสดงให้เห็นวิธีการแต่ละขั้นตอนว่ามีวิธีปฏิบัติอย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร

รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยบล็อก
















Download : รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยบล็อก(PDF : 9 MB)

Download : หลักสูตรการพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยบล็อก (PDF : 7 MB)

Download : เอกสารประกอบการพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยบล็อก (PDF : 14 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรการจัดกระบวนการเรียนรู้
                      ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
                      ผ่านระบบออนไลน์โดยใช้เว็บบล็อก
ประเภท :     เอกสารวิชาการ
กลุ่มเป้าหมาย :  ผู้บริหาร กศน. ,ครู กศน. และบุคลทั่วไป

เอกสารวิชาการลำดับที่ :   24/2559
ขนาดรูปเล่ม :   A4
จำนวนหน้า :   94 หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :    2559

ผู้วิเคราะห์และเขียนรายงาน :   เสถียรพงศ์ ใจเย็น    สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

เนื้อหาย่อ :
             การวิจัยเรื่อง การพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผ่านระบบออนไลน์โดยใช้เว็บบล็อก เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา (Development Research) มีวัตุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาครู กศน.ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผ่านระบบออนไลน์โดยใช้เว็บบล็อก และ 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น
            ผลการวิจัยพบว่า ประการที่หนึ่ง หลักสูตรผ่านการพิจารณาและประเมินความสอดคล้องเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ขององค์ประกอบในทุกประเด็น เท่ากับ 1.00 สามารถนำไปจัดอบรมตามหลักสูตรให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ ประการที่ 2 จากนั้นวิเคราะห์ผลการนำหลักสูตรไปใช้โดยประเมินตามจุดประสงค์ที่ประยุกต์มาจากรูปแบบของเคิร์กแพทริก 4 ลักษณะ ประกอบด้วย 1) ผลการประเมินปฏิกริยาตอบสนอง (Reaction Evaluation) 2) ประเมินผลการเรียนรู้ (Learning Evaluation) 3) ประเมินพฤติกรรมหลังเข้ารับการฝึกอบรม (Behavior Evaluation) 4) ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับหน่วยงาน (Results Evaluation) ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับหน่วยงาน (Results Evaluation) พบว่าประเมินผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในทุกด้าน

รายงานการวิจัยการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการรู้หนังสือฯ



ชื่อหนังสือ : รายงานผลการวิจัยการศึกษาแนวทางส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ

ประเภท : รายงานการวิจัย
กลุ่มเป้าหมาย : ครูและบุคลากร กศน. / ทั่วไป

ขนาดรูปเล่ม : A4
จำนวนหน้า : 126 หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :  กันยายน  2558

ผู้วิเคราะห์ข้อมูล/ผู้เขียน:  นางรสาพร  หม้อศรีใจ : ครูชำนาญการพิเศษ   สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

บทคัดย่อ :
                การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)  ศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการ การส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา กศน. และ 2)  ศึกษาแนวทางส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา กศน.อำเภอที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย วิธีดำเนินการศึกษา มีพื้นที่ดำเนินการศึกษา ได้แก่ 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย กศน.อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 3) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย และ4) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร         กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้บริหาร กศน.อำเภอ ครูผู้สอน และผู้เรียน/ผู้รับบริการ ของสถานศึกษาที่เป็นพื้นที่การวิจัย โดยเลือกจังหวัดและอำเภอในเขตภาคเหนือ แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยพิจารณาจากความต้องการ ความสมัครใจ ความพร้อมของสถานศึกษา และผู้บริหารที่กำหนดจุดเน้นในการส่งเสริมการรู้หนังสือ พิจารณาความพร้อม ความสามารถของครู ความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมการรู้หนังสือ และพิจารณาความพร้อมของกศน.ตำบลในการใช้เป็นแหล่งเรียนรู้   ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย 1) การศึกษาเอกสารของ กศน. อำเภอที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม   การรู้หนังสือ ได้แก่แผนปฏิบัติงานประจำปี 2557 รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2557  หลักสูตรการรู้หนังสือของสถานศึกษา แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องการส่งเสริมการรู้หนังสือ 2) การสนทนากลุ่ม โดยใช้ประเด็นคำถามที่กำหนดไว้  เมื่อได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จึงนำข้อมูลลดังกล่าว สรุปและกำหนดเป็นแนวทางในการส่งเสริมการรู้หนังสือตามสภาพ ปัญหา ความต้องการ การส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา กศน.อำเภอ และติดตามความก้าวหน้าในการส่งเสริมการรู้หนังสือ โดย เก็บรวบรวม และบันทึกข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 

ผลการศึกษา พบว่า
  1. การส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา กศน.อำเภอ  สถานศึกษาไม่มีหลักสูตรส่งเสริมการรู้หนังสือของสถานศึกษา มีเพียงสื่อการเรียนเพื่อการรู้หนังสือของสำนักงาน กศน. และแบบเรียนส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ของสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ  ซึ่งแบบเรียนดังกล่าวมีเนื้อหามาก และเป็นเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับสภาพ ความต้องการของผู้เรียน นอกจากนี้ ไม่มีคู่มือหรือแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สถานศึกษาจึงต้องการพัฒนาหลักสูตรการรู้หนังสือ จัดทำแบบเรียนส่งเสริมการรู้หนังสือ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับสภาพ บริบทของผู้ไม่รู้หนังสือในพื้นที่การวิจัย และต้องการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ
  2. แนวทางในการส่งเสริมการรู้หนังสือ
    จากข้อมูลสภาพและความต้องการที่กล่าวข้างต้น จึงสรุปและกำหนดแนวทางในการส่งเสริมการรู้หนังสือ ประกอบด้วย
    1) หลักสูตรส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ที่มีเนื้อหามาจากสภาพบริบท ของชุมชน ผู้เรียน    คำที่ต้องการใช้ในชีวิตประจำวัน มีคำหลัก จำนวน 100 คำ คำเสริมคำหลัก จำนวน 77 คำ
    2) แบบเรียนส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ที่มีแบบฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และ   การเขียน  ที่กำหนดเนื้อหาตามหลักสูตรกำหนด แบ่งเนื้อหา เป็น 9 สภาพ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วนคือ สภาพที่ 1 เป็นบทเรียนเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เรียนที่อ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ แต่สื่อสารด้วยการฟังและพูดได้ แล้วจึงเรียนรู้ในสภาพที่ 2 ถึง สภาพที่ 9 ซึ่งเป็นบทเรียนที่ใช้สอนการฟัง พูด อ่านและเขียน
    3) คู่มือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ที่ครูผู้สอนใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งมีเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
สถานศึกษาสามารถใช้หลักสูตรการรู้หนังสือไทย แบบเรียนส่งเสริมการรู้หนังสือไทย และคู่มือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ ตามโครงการวิจัยครั้งนี้ เป็นแนวทางในส่งเสริมการรู้หนังสือไทยของสถานศึกษา โดยพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร แบบเรียน และคู่มือให้สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา บริบทของสถานศึกษาและผู้เรียน/ผู้รับบริการมากขึ้น

รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญฯ




ชื่อหนังสือ : รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครู กศน. ในเขตภาคเหนือ  โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน

ประเภท : เอกสารวิชาการ
กลุ่มเป้าหมาย : ครูและบุคลากร กศน. / ทั่วไป

ขนาดรูปเล่ม : A4
จำนวนหน้า : บทคัดย่อ 3 หน้า   / รายงานการวิจัยฉบับเต็ม  ------ หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :  กันยายน  2558

ผู้เขียน/เรียบเรียง :  นางอรวรรณ ฟังเพราะ : ครูชำนาญการพิเศษ   สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

บทคัดย่อ :

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของ ครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 2) ศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ 3) ศึกษาความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 5) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ 6) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ และ 7) เปรียบเทียบความพึงพอใจของต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ ผู้รายงานได้ดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยการเลือกแบบเจาะจง จากข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ 4 กลุ่มศูนย์ๆ ละ 1 อำเภอ ๆ ละ 5 คน จำแนกออกเป็น 1) ข้าราชการครูหรือครูอาสาสมัครฯที่รับผิดชอบงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 คน และ 2) ครู กศน.ตำบล จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย ได้แก่ กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง จำนวน 5 คน 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ จำนวน 5 คน 3) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร จำนวน 5 คน และ    4) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 5 คน และนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ของ กศน.อำเภอที่ส่งครูเข้ารับการอบรมฯ จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน โดยแยกเป็นระดับปฏิบัติ (ความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ) และระดับความพึงพอใจ (ความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน) เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด และ 3) แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list)
           ผลการวิจัยพบว่า
  1.  ครูมีความคิดเห็นต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย( ) 4.23 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.603
  2. ครูมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย( ) 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.579
  3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย( ) 4.27 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.750
  4. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  5. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  6. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง ได้แก่ 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง  2) กลุ่มศูนย์อิงดอย กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 3) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ    4) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยใช้แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list) พบว่า ครูส่วนใหญ่ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ได้ครบขั้นตอนกระบวนการของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน นอกจากนี้ยังพบว่า ครูและผู้เรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนและต้องการให้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปใช้ในรายวิชาอื่น ๆ อีกด้วย

การศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์
















Download : การศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์ 2557 (PDF : 1.73 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์
                      ของสถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2557
ประเภท : เอกสารวิชาการ
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้บริหาร กศน. ,ครู กศน. และบุคลทั่วไป

เอกสารวิชาการลำดับที่ : 11/2557
ขนาดรูปเล่ม : A4
จำนวนหน้า : 53 หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :  2557

ผู้วิเคราะห์และเขียนรายงาน :
              สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

เนื้อหาย่อ :
              การศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์ของสถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือ มี
วัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการการรับบริการการศึกษาออนไลน์ของ
ผู้เรียนและผู้รับบริการในเขตภาคเหนือ และ2) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์ของ
สถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือ ซึ่งครูผู้สอนสามารถนำไปเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษาในรูปแบบ
ออนไลน์ได้

การศึกษาปัญหา ความต้องการ กศน.ตำบล


















Download : การศึกษาปัญหาและความต้องการของหัวหน้า กศน.ตำบล (PDF 1.93 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการศึกษาปัญหาและความต้องการของหัวหน้า กศน.ตำบลในเขตภาคเหนือ
ประเภท : เอกสารวิชาการ
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้บริหาร กศน. ,ครู กศน. และบุคลทั่วไป

เอกสารวิชาการลำดับที่ : 80/2554
ขนาดรูปเล่ม : A4
จำนวนหน้า : 93 หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :  2554

ผู้วิเคราะห์และเขียนรายงาน :
             นางนาถยา ผิวมั่นกิจ :   รองผู้อำนวยการ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

เนื้อหาย่อ :
              รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาปัญหาและความต้องการของหัวหน้า กศน.ตำบล ในเขตภาคเหนือ เล่มนี้สถาบัน กศน. ภาคเหนือ ได้ดําเนินการศึกษาวิจัย เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานและแนวทางในการ ดําเนินการตามโครงการพัฒนารูปแบบการดําเนินงาน กศน.ตําบล : แหล่งเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งสถาบัน กศน.ภาคเหนือ ได้จัดทําโครงการขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้กศน.ตําบล ที่ดําเนินการอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รายงานการวิจัย การบริหารเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ฯ

















Download : รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ (PDF 3.7 MB)

ชื่อหนังสือ : รายงานการวิจัยรูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
                      ในชุมชนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้
ประเภท : เอกสารวิชาการ
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้บริหาร กศน. ,ครู กศน. และบุคลทั่วไป

เอกสารวิชาการลำดับที่ : 18/2556
ขนาดรูปเล่ม : A4
จำนวนหน้า : 139 หน้า (รวมปก)
ปีที่พิมพ์ :  2556

ผู้วิเคราะห์และเขียนรายงาน :
             นางนาถยา ผิวมั่นกิจ :   รองผู้อำนวยการ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

เนื้อหาย่อ :
             รายงานการวิจัย เรื่อง รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนสู่สังคมแห่ง
การเรียนรู้ ผู้วิจัยได้เลือกศึกษาแบบเจาะจงสถานศึกษา กศน.อา เภอนาหมื่น และพื้นที่ชุมชนบ้านนายาง
ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น จงัหวัดน่าน ซึ่งไดรับการคัดเลือกจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้ต้นแบบ ภาคเหนือ”  โดยการเสนอชื่อจากผู้อำนวยการ กศน. อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ซ่ึงเป็นผู้บริหารสถานศึกษา กศน. อำเภอนาหมื่น ได้ดำเนินการจัดและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน ร่วมกับกลุ่มผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย อันนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

 
Copyright © 2014. NorthNFE-Media - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger